นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่องชะตามะกอกแห้ง

นิทานล้านนาเรื่องชะตามะกอกแห้ง
มีสองคนผัวเมียติดตามกันมาหลายชาติ…ผัวไม่ชอบทำบุญให้ทานเอาแต่ดื่มเหล้าเมาสุรา เล่นไพ่ เล่นลูกเต๋า และเล่นไก่ชน…ส่วนเมียเป็นคนชอบทำบุญให้ทานใฝ่ใจในทางกุศลทุกชาติ…อยู่มาชาติหนึ่ง เมียนึ่งข้าวไว้แล้วแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเอาไว้กินกันสองคนผัวเมีย…อีกส่วนหนึ่งเอาไว้ตักบาตร และตั้งปรารถนาไว้ว่า”หากตายไปชาติใดขอให้ได้พ้นจากผัวคนนี้ อย่าได้พบกันอีกเลย”… ฝ่ายผัวได้ยินก็ตั้งปรารถนาว่า”จะเกิดชาติใดก็ขอให้ได้พบเมียตนทุกชาติ”

อีกหลายชาติต่อมา…ด้วยผลบุญที่ทำไว้มาก…เมียก็ไปเกิดเป็นลูกพญาเจ้าเมืองซึ่งเป็นคนใจบุญได้สร้างหอทำบุญไว้ตรงประตูเมือง มีคนมาขอทานทุกวัน และมีบัญชีจดไว้ว่าวันหนึ่งๆ มีผู้หญิงกี่คนชายกี่คน…ในชาตินั้นผัวก็ได้เกิดมาเป็นชายหนุ่มรูปงาม แต่ใส่เสื้อขาดหน้าปะหลังมาขอทาน…ด้วยเป็นบุพเพสันนิวาสในชาติก่อน แต่ละชาติก็ไม่ละทิ้งกัน…หญิงคนนั้นพอเห็นก็สงสารและมีความเอ็นดูว่าชายคนนี้มีรูปงามจริง ไฉนจึงยากจนนัก เห็นจะเป็นเพราะชาติก่อนไม่ได้ทำบุญให้ทานเสียกระมัง จึงอยากจะให้ทานเสื้อผ้าแก่ชายคนนั้น

วันหนึ่งนางก็ไปถามเสมียนว่า ”วันนี้มีคนมาขอทานกี่คน” เสมียนบอกว่า ‘’วันนี้มีคนมาขอทานเก้าสิบแปดคน” นางจะให้ทานเสื้อก็ไปสั่งเสื้อมาเก้าสิบแปดผืน รุ่งขึ้นก็ให้เข้ามาขอทานแล้วก็บอกว่า ‘’พวกผู้ชายรับห่อข้าวแล้วให้ไปเข้าแถวทางด้านตะวันออกเป็นหัวแถว ทางด้านตะวันตกเป็นหางแถว ให้นั่งเรียงกันดีๆ” พอดีวันนั้นมีขอทานมาเพิ่มอีกคนหนึ่งเป็นเก้าสิบเก้าคน แต่ผ้ามีเก้าสิบแปดผืน นางบอกคนใช้ให้แจกทางหัวแถวไปทางทิศตะวันตก พอแจกไปก็ขาดตรงที่ผัวนาง… พอรุ่งขึ้นทุกคนก็ใส่เสื้อใหม่มากันหมด…ผัวนางก็ยังใส่เสื้อเก่า…หญิงคนที่เป็นเมียก็ให้ห่อข้าวแล้วถามว่า ‘’ เป็นยังไงถึงไม่ใส่เสื้อใหม่มาเพื่อนคนอื่น ๆ เขาใส่เสื้อใหม่กันทุกคน ‘’ ‘’ ข้าไม่ได้รับ เพราะข้าไปนั่งสุดท้ายแถว ” ‘’ ขาดไปกี่คนขาดเฉพาะข้าคนเดียวนี่แหละ‘’ ‘’พรุ่งนี้จะให้ทานกางเกงนะ‘’

นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ ชะตามะกอกแห้ง

นางก็ถามเสมียนว่า ‘’วันนี้ขอทานมากี่คน‘’ เก้าสิบเก้าคน ‘’เอากางเกงมาเก้าสิบเก้าตัวนะ” ตอนนี้กลับมีคนเพิ่มอีกคนรวมเป็นหนึ่งร้อยคน ตอนนี้นางก็บอกว่า “ทางทิศตะวันออกเป็นหัวแถว ทางทิศตะวันตกเป็นท้ายแถว”…เพราะว่าวันก่อนผัวนางไปนั่งอยู่ท้ายสุดและไม่ได้เสื้อ…ตอนนี้มีคนมาเพิ่มอีกคนเป็นหนึ่งร้อยคน กางเกงมีเก้าสิบเก้าตัว นางก็บอกว่าให้แจกทางซ้ายขึ้นมาก่อน เพราะว่าเมื่อวานนี้ขาดไปทางท้ายแถว…พอแจกทางท้ายก็ขาดทางหัวแถว ในที่สุดผัวนางก็ยังต้องใส่เสื้อตัวเก่านุ่งกางเกงตัวเก่าตามเคย…รุ่งขึ้นนางก็ถามว่า ‘’พี่ชายทำไมยังใส่เสื้อเก่าอยู่ล่ะ ก็เมื่อวานนี้ยังไม่ได้รับแจกหรือ” “ไม่ได้” ‘’ไปนั่งทางไหนล่ะ” ‘’ ไปนั่งท้ายแถวโน่น ‘’ …” ไม่ได้กี่คน ‘’ ไม่ได้ข้าคนเดียว ‘’ นางก็สอบถามเสมียนดูก็ปรากฏว่ามีคนมาเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยคนจริงๆ จึงได้ขาดไปหนึ่งคน

…รุ่งขึ้นนางก็อยากจะให้ทานเสื้อผ้าแก่ผัวของนางคนเดียวเพราะนางรักอยู่คนเดียว ครั้นจะให้ทานอยู่คนเดียวก็เกรงว่าจะเป็นการลำเอียง นางก็สั่งมาอีกร้อยชุดทั้งเสื้อและกางเกง คิดหาทางจะให้ผัวนางได้รับให้ได้ แต่ในวันนี้ก็กลับมีคนมาจากไหนก็ไม่รู้มาเพิ่มอีกคนหนึ่งเป็นร้อยหนึ่งคน นางให้เข้าแถวทางทิศตะวันออกเป็นหัวแถว ทางตะวันตกเป็นหางแถว ชายคนนั้นก็วิ่งขึ้นวิ่งลง จะไปนั่งทางท้ายแถวก็กลัวจะไม่ได้จะไปนั่งทางหัวแถวก็กลัวจะไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีคิดไปคิดมา ก็นับตั้งแต่หัวแถวมาถึงคนที่ห้าสิบแล้วก็ไปนั่งแทรกอยู่ตรงกลาง นางสั่งคนแจกว่า แจกทางด้านตะวันออกมาห้าสิบแล้วแจกทางตะวันตกมาอีกหาสิบ ฝ่ายผัวซึ่งไปนั่งแทรกอยู่ตรงกลาง นางสั่งคนแจกว่า แจกทางด้านตะวันออกมาห้าสิบแล้วแจกทางตะวันตกมาอีกห้าสิบ ฝ่ายผัวซึ่งไปนั่งแทรกอยู่ตรงกลางก็เลยไม่ได้ รุ่งขึ้นก็ใส่เสื้อเก่ากางเกงเก่ามาอีกปุๆ ปะๆ ขาดๆ มาหาเมีย นางก็ถามว่า ‘’ทำไมไม่ใส่เสื้อใหม่มาล่ะ‘’ ใคร ๆ เขาก็ใส่ใหม่กันทุกคนไปนั่งอยู่ตรงไหนอีกล่ะ‘’ ‘’ข้าไม่ได้นั่งตรงไหน ข้าไปแทรกอยู่ตรงกลาง‘’ ‘’โองั้นขาดไปอีกกี่คน” “ก็ขาดข้าคนเดียวนี่แหละ” ไปถามเสมียนดูก็ได้ความว่ามีคนมาเพิ่มจำนวนอีกเป็นร้อยเอ็ดคน ‘’

จะทำยังไงดีน้า จะช่วยมันอย่างไรดีไม่ให้ขาดตรงมันจะทำยังไงดี พอถึงกลางคืนนางก็มานอนคิด ได้ความว่าเอาทองหนักสิบบาทมาใส่ในข้าวห่อแล้วทำเครื่องหมายไว้ รุ่งขึ้นพอมันมาก็จะยกข้าวห่อให้มันแต่พอมันได้ข้าวห่อแล้วก็เอาไปแลกเหล้าเขากินเสีย รุ่งขึ้นก็ยังขอทานอีก นางก็ถามว่า ‘’ พี่ชายเอาข้าวห่อไปไม่ได้กินหรืออย่างไร ‘’ …” ไม่ได้กินหรอก ‘’ พี่ชายเอาไปไหนเสียล่ะเอาไปแลกเหล้ากินเสียแล้ว ” ‘’ โอ พี่ชายคนนี้มันเป็นอย่างไรของมันหนอ ไม่มีบุญ ไม่มีกุศล ไม่ได้สั่งสม ไม่ได้ทำทาน ไม่ได้บริจาคไว้กระมัง มันถึงไม่ได้รับของทานสักครั้ง ‘’

นางเองนอนคิดทั้งคืนก็ยิ่งทำให้เป็นห่วงมากขึ้นกว่าเดิม…เอาทองหนักอีกยี่สอบบาทใส่ในข้าวกล่องให้อีก รุ่งขึ้นก็ยกข้าวห่อที่ใส่ทองไว้หนักยี่สิบบาทไปให้ ‘‘พี่ชาย วันนี้อย่าเอาไปแลกเหล้าอีกนะ แล้วก็อย่าเอาไปขายด้วยขอให้เอาไปกินจริง ๆ นะ” เมื่อลูกสาวพญาเจ้าเมืองสั่งเช่นนั้นก็มีความยินดีนัก จะเอาไปกินตรงไหนก็ไม่เหมาะใจ มีต้นนกยูงต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาลงไปทางแม่น้ำปิงโน่น…ในขณะนั้นน้ำกำลังท่วม ชายคนนั้นก็ไต่กิ่งไม้ขึ้นไปแก้ห่อข้าวกินอยู่บนกิ่งไม้นั้นเพื่อให้สมเกียรติแก่นางผู้ให้ แก้ห่อข้าวอย่างระมัดระวัง ทองมันหนักถึงยี่สิบบาทแก้ไปแก้มา ห่อข้าวก็ตะลุมปุ๋มป๋ำไปในน้ำโน่นจนได้…ไม่ได้กินข้าวแม้คำเดียว…รุ่งขึ้นก็ไปขอทานอีก ” พี่ชายทำไมยังมาขอทานอยู่อีกล่ะไม่ได้กินข้าวอีกหรือ ” ‘’ กินก็ไม่ได้กินแม่น้อง ” ‘’ พี่ชายไปกินตรงไหนล่ะ ” ‘’ กินบนต้นไม้ริมแม่น้ำโน่นอะไรก็ไม่รู้อยู่ในห่อข้าวแม่น้องเลยตกลงไปในน้ำเสียแล้ว

เธอคิดในใจว่านายคนนี้ต้องไม่ได้ทำบุญกุศลอะไรไว้แน่…ยิ่งมีความสงสารมากขึ้น ‘’ พี่ชายกินข้าวเช้าแล้วให้เข้าไปบ้านนะ ” เมื่อเข้าไปถึงบ้านแล้ว นางถามว่า ‘’ พี่ชายทำอะไรได้บ้าง มีวิชาความรู้อะไรบ้าง ” ‘’ ยิงด้ามไม้เป็น ยิงกบเก่ง ‘’ ดังนั้นนางจึงเอาปืนให้กระบอกหนึ่ง ‘’ พี่ชายปืนนี้ถ้ายิงขึ้นฟ้าแล้วตกลงมาแผ่นดินลึกสักหนึ่งวา กว้างหนึ่งวา ก็จะเอาทองเอาเงินใส่ให้เท่าที่น้ำหนักดินชั่งได้ ถ้าตกโดนอะไรในราคาเท่าไร ก็จะใช้ให้เท่าราคานั้น ชายคนนั้นก็ยินดีว่าตนจะได้เงินได้ทองตอนหนนี้กระมัง…อออกไปกลางทุ่งนา มีกรรมการไปด้วย 3 คน ‘’ เอ้า…ได้เวลาแล้วเตรียมยิงปืนขึ้นบนอากาศได้ 1 – 2 – 3 เป็ง ” เสียงปืนดังหวิว ๆ ตกใส่ลูกมะกอกแห้ง ชั่งหนัก ๒ สลึง…นายคนนั้นก็ได้ทอง ๒ สลึง…อย่างนี้เขาเรียกว่า “ชะตามะกอกแห้ง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. คนโบราณเชื่อว่า”คนชะตาไม่ดีทำอะไรย่อมไม่สมหวัง”…
2. แต่ทางพระพุทธศาสนาสอนให้ “ใช้ปัญญาและขันติธรรม… จึงจะพบความสำเร็จ
2. คติ ‘สอนให้คนประพฤติดี ละความชั่ว

 

Credit: เว็บไซต์ล้านนาคดี http://lanna.mju.ac.th/ “ทุกภาพ ทุกตัวอักษร มอบเป็นวิทยาทานแด่ทุกท่าน”

Add a comment :

Loading Facebook Comments ...

Be the first to comment

Leave a Reply