นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน เรื่องท้าวคันธนาม (คัชนาม)

นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน 
อักษรธรรม 1 ผูก วัดท่าลาด ต.ท่าลาด อ.วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองสาเกตุ มีสาวทึนทึกวัยกลางคนคนหนึ่ง ทำมาหากินอยู่ในหมู่บ้าน โดยมีที่นาอยู่ตรงบริเวณตรงกลางของที่นาชาวบ้านคนอื่นๆ ต่อมาได้ถึงกำหนดที่จะมีเทวบุตรมาจุติในโลกมนุษย์… พอถึงหน้าเก็บเกี่ยวข้าว พระอินทร์ก็แปลงมาเป็นช้างบุกรุกเหยียบย่ำเข้าไปในนาของสาวทึนทึกนางนั้นจนเสียหายหมด แล้วก็หนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยบันดาลรอยเท้าให้เห็น… ครั้นตอนเช้านางมาเห็นเข้าก็เสียใจและโกรธมาก จึงตกลงใจเดินทางตามหาสัตว์ที่มาทำลายข้าวในนาของนาง ระหว่างทางนางกินน้ำในรอยเท้าช้างแปลงก็เกิดตั้งครรภ์ จึงเดินทางกลับเมืองสาเกตุ มาคลอดลูกเป็นชายใช้ชื่อว่า “คันธนาม” (คชนาม)

นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน ท้าวคันธนาม (คัชนาม)

เมื่อท้าวคันธนามอายุได้ 7 ปี ไปปราบยักษ์ซึ่งเฝ้ารักษาสมบัติอยู่ ได้สมบัติของยักษ์นั้นก็เอามาให้แก่มารดาของตน ต่อมาความทราบถึงเจ้าเมืองก็ต้องการจะได้คันธนามมาเป็นลูกเขย จึงเชิญคันธนามและมารดามาสร้างประสาทให้อยู่และประกาศยกลูกสาวให้… วันหนึ่งคันธนามคิดถึงพ่อ จึงลามารดาเดินทางออกตามหาพ่อระหว่างทางได้เพื่อนเดินทางเป็นผู้ทรงพลัง 2 คน คือ ชายลากไม้ร้อยกอ กับชายลากเกวียนร้อยเล่ม และได้ไม้เท้าวิเศษซึ่งถ้าเอาทางโคนชี้ใครคนนั้นจะตาย … ถ้าเอาทางปลายชี้ คนตายจะฟื้นขึ้นมา (ไม้เท้าวิเศษนี้เรียกว่า “กกซี้ตาย ปลายซี้เป็น”)

จนในที่สุด คันธนามและเพื่อนเดินทางมาถึงเมืองร้างแห่งหนึ่งได้พบลูกสาวเจ้าเมืองนั้นซ่อนตัวอยู่ในกลอง จึงสอบถามได้ความว่า เมืองนี้ได้มียักษ์งูซวง มาอาละวาดจับคนในเมืองกินเป็นอาหาร… คันธนามจึงจัดการปราบยักษ์นั้นจนแพ้ แล้วใช้ไม้เท้าวิเศษชุบคนในเมืองฟื้นกลับมาทั้งหมด จากนั้นคันธนามก็เดินทางต่อไป รบกับเมืองต่างๆ เช่น เมืองผาญี เดินทางจนไปถึงเมืองไกรลาศ แต่ไม่ได้พบพ่อ… จนถึงเมืองจัมปานาคบุรี (จำปาศักดิ์) ก็เข้ารบยึดมาเป็นเมืองของตนขึ้นครองสมบัติสืบต่อมา และได้นางสีดาธิดาของเจ้าเมืองเป็นมเหสีฝ่ายขวา… นางศรีไลลูกสาวเศรษฐีเป็นมเหสีฝ่ายซ้าย

ต่อมาก็เดินทางตามหาบิดาจนเข้าสู่ป่าหิมพานต์ พบบิดาสมปรารถนา…พญาช้างได้สั่งสอนท้าวคัทธนาม และมอบงาทั้งคู่ให้เมื่อพญาช้างสิ้นอายุ… ท้าวคัทธนามจึงออกเดินทางขี่ช้างมาถึงเมืองตักศิลา ได้ทำสงครามกับพญาตักศิลา ซึ่งพญาตักศิลาพ่ายแพ้และแต่งตั้งให้ท้าวคัทธนามเป็นครูสอนศิลปศาสตร์ และหลอกเอาไม้เท้าวิเศษชี้ท้าว คัทธนามกลายเป็นแท่นหิน

ณ เมืองจัมปานคร “คัทธเนก”โอรสที่เกิดจากนางศรีไล และ”คัทธจันทร์” โอรสที่เกิดจากนางสีดา…ได้ออกเดินทางตามหาพระบิดา รบกับพญาตักศิลาชนะ ใช้ไม้เท้าชุบชีวิตพระบิดาคืนมาแล้วถวายเมืองให้พระบิดาครอง

เมื่อกลับมาถึงเมืองจัมปานคร… เกิดการแย่งชิงของวิเศษต่างฝ่ายต่างสู้กัน พระอินทร์ผู้เป็นปู่ให้พญาแถนส่ง “ลมกระดิ่งหลวง” มาห้ามทัพ คัทธเนกถูกลมกระดิงหลวงตัดคอขาด… ส่วนคัทธจันทร์สู้จนเอาชนะลมได้ และได้อภิเษกเป็นพระเจ้าจักรพรรดิครองนครจำปาอย่างสงบสุขจนสิ้นอายุขัย

Credit: baanmaha.com

Add a comment :

Loading Facebook Comments ...

Be the first to comment

Leave a Reply